ลำปาง – พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร“หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ”ศรัทธามหาชนหลั่งไหลร่วมอาลัย ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง (ชมคลิปข่าว)

พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร“หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ”ศรัทธามหาชนหลั่งไหลร่วมอาลัย ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

( ชมคลิปข่าว )

วัดป่าสำราญนิวาส อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จัดพิธีถวายเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาส พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งสายพระป่าอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 สิริอายุ 93 ปี 71 พรรษา โดยมีพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และคณะสงฆ์จากทั่วประเทศหลั่งไหลมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่นตลอดวันพิธี เมื่อวันที่22- 23 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานฌาปนกิจวัดป่าสำราญนิวาส

พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 15.00 น. โดยพระเดชพระคุณพระเทพวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค 6–7 (ธรรมยุต) เป็นประธานพิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และพระครูวิมลธรรมรัต (ศรีนวล วิมโล) แสดงธรรมบนธรรมาสน์ ท่ามกลางบรรยากาศสงบ สำรวม และเต็มไปด้วยความอาลัยของศรัทธามหาชน ภายในพิธีมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน อาทิ พลตำรวจตรี วิชัย เชี่ยวเวทย์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ประกอบพิธีจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย และนายคมสันต์ ขวัญวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา จุดเทียนส่องธรรมอาราธนาธรรม พร้อมทั้งมีสาธุชนร่วมทอดผ้าบังสุกุลตามลำดับอย่างพร้อมเพรียง

งานพิธีที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–23 พฤศจิกายน สะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของคณะสงฆ์และสาธุชนหลายภาคส่วน โดยมีพระอาจารย์ตะวัน วัดถ้ำแจ้ง ทำหน้าที่ประสานงานหลักเพื่อให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย วัดป่าสำราญนิวาสยังได้กราบอาราธนาพระมหาเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่จากหลายจังหวัดเมตตาร่วมงาน อาทิ พระพรหมมงคลวัชโรดม (โอภาส โอภาโส) อายุ 94 ปี 74 พรรษา, พระวชิรสีลาจารย์ หลวงปู่บุญมี กลมโล อายุ 99 ปี 78 พรรษา, พระครูมงคลเกษม หลวงปู่ครูบาเสน เขมจาโร อายุ 94 ปี 74 พรรษา, พระครูปัญญาศีลวิมล หลวงปู่สังวร ภทฺทสีโล อายุ 96 ปี 76 พรรษา, พระญาณวิเศษ หลวงปู่สุพรรณ กนโก อายุ 93 ปี 71 พรรษา, พระเทพญาณเวที หลวงปู่ศรีมูล มูลสิริ อายุ 90 ปี 70 พรรษา, พระครูสังวรญาณโสภณ หลวงปู่เจริญ ญาณวุฒฺโธ อายุ 95 ปี 75 พรรษา, พระครูอุดมภาวนาจารย์ หลวงปู่ทองสุก อุตตรปัญโญ อายุ 93 ปี 73 พรรษา, พระครูสิริโสมคุณ หลวงปู่สมยศ สิริจนฺโท อายุ 88 ปี 66 พรรษา, พระครูวิมลธรรมรัต หลวงพ่อมหาศรีนวล วิมโล อายุ 66 ปี 45 พรรษา, พระครูธรรมวิวัฒนคุณ หลวงปู่เจริญ จตฺตสลฺโล อายุ 75 ปี 55 พรรษา, พระครูจันทสีลคุณ หลวงปู่บุญจันทร์ จันทสีโล อายุ 80 ปี 60 พรรษา, พระครูปิยสีลโสภณ หลวงพ่ออาสน์ ปิยสีโล, พระเทพวชิราธิบดี หลวงพ่อฤทธิรงค์ ญาณวโร อายุ 64 ปี 44 พรรษา, พระราชสิริวชิโรดม หลวงพ่อสุขเลิศ กนฺตธมฺโม อายุ 59 ปี 39 พรรษา, พระครูฐิติธรรมปโภธิ หลวงพ่อสมโพธิ สคารโว พรรษา 44 และพระวิสุทธิวชิรคุณ หลวงพ่อชายแดน สีลสุทโธ อายุ 69 ปี 36 พรรษา ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยความเคารพต่อคุณูปการของหลวงปู่สมบูรณ์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา

ภายในงานยังจัดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรม การถวายเครื่องสักการะ และพิธีประชุมเพลิงตามแบบอย่างพระป่ากรรมฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมระลึกถึงคุณความดีของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวล้านนาและเป็นกำลังสำคัญของการเผยแผ่ธรรมะในภาคเหนือมากว่า 60 ปี

สำหรับประวัติของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ ท่านเกิดในตระกูลนิ่มตระกูล ที่บ้านลำปางกลาง จังหวัดลำปาง เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้อง 6 คน ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย ก่อนย้ายไปค้าขายที่กาดเกาะจาวใกล้สถานีรถไฟลำปาง เมื่ออายุ 18–19 ปี ท่านย้ายมาอยู่กับตายายที่ตำบลเกาะคา และได้ร่วมช่วยงานวัดป่าสำราญนิวาสในช่วงเริ่มก่อสร้าง จนเกิดศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ในปี พ.ศ. 2498 ท่านได้ติดตามหลวงปู่แว่น ธนปาโล ไปภาคอีสาน และบรรพชาอุปสมบท ณ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2498 โดยมีพระมหาทองสุก สุจิตโต เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่แว่น ธนปาโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสมบูรณ์ ปุณณาโภ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังการอุปสมบท ท่านได้จำพรรษาหลายแห่ง ทั้งวัดบ้านบัว จังหวัดสกลนคร วัดควนจง จังหวัดสงขลา วัดอโศการาม โดยถวายงานใกล้ชิดท่านพ่อลี ธัมมธโร และจำพรรษาที่วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ วัดถ้ำพระสบาย ก่อนกลับมาประจำวัดป่าสำราญนิวาสตามคำบัญชาของหลวงปู่แว่น ธนปาโล เพื่อช่วยงานหลวงปู่หลวง กตปุญโญ

ตลอดเส้นทางธรรม หลวงปู่สมบูรณ์ได้ถวายงานและศึกษากับครูบาอาจารย์สายกรรมฐานหลายท่าน เช่น หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม และหลวงปู่สิม พุทธาจาโร อีกทั้งยังร่วมงานสร้างวัดอโศการามในยุคท่านพ่อลี ท่านได้พัฒนาวัดป่าสำราญนิวาสให้เจริญงอกงาม และเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจนวาระสุดท้ายของชีวิต

เอนก ธรรมใจ / รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุตรดิตถ์ – สาขาพรรคปวงชนไทยอุตรดิตถ์ ร่วมงานประเพณีต๋านก๋วยสลาก และพบปะชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนรู้จักพรรคปวงชนไทยมากยิ่งขึ้น
ร้อง ก.ร.ตร. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีกล่าวหา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กับพวกรวมถึงเครือข่ายอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ ก.ร.ตร.เป็นผู้รับเรื่อง​ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า พยานหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการซื้อขายตำแหน่งและการชำระเงินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ได้แก่ ข้อมูลของ น.ส.จุฑาทิพย์ ซึ่งมีประวัติเคยถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และถูกอ้างว่าใกล้ชิดบุคคลสำคัญที่อาจระคายเคืองสถาบันฯ อีกทั้งรายละเอียดการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้กำกับ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ข้อความแชทไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ภาพแชทไลน์เกี่ยวกับการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และผ้าไหมให้กับภรรยา รวมถึงไฟล์คลิปเสียง พร้อมร้องขอให้ ก.ร.ตร. ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ น.ส.จุฑาทิพย์ พร้อมพวกในเครือข่าย ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้มุ่งกล่าวโทษว่าการกระทำของบุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 87 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร้องขอให้มีการดำเนินคดีทั้งมาตรการทางอาญา และมาตรการทางแพ่ง (ปปง.ยึดทรัพย์) ในวันที่ 26 พ.ย. 68 เตรียมเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อหน้าคณะกรรมาธิการ โดยยืนยันว่าไม่เกรงกลัวต่อการถูกฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท พร้อมทั้งกล่าวให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกมาชี้แจงกรณีแชทไลน์ที่ถูกเปิดเผย ว่าไม่ใช่แชทไลน์ของตนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาทิพย์ นายอัจฉริยะ ฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 25 พ.ย. 68 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีคำสั่ง ย้าย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พ้นจาก ผบ.ตร. หากนายอนุทินยังไม่ดำเนินการโยกย้าย ผบ.ตร. นายอัจฉริยะจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีกับนายอนุทิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 นายอัจฉริยะ กล่าวเปิดโปงเรื่องภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ที่จีนเทาจ้างนางแบบต่างประเทศเข้ามามีเพศสัมพันธ์ในเรือนจำว่า ตนไม่คิดว่าจะกล้าจัดฮาเร็ม ในห้องทำงานของผบ.เรือนจำ เพราะพื้นที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีคำว่าพิเศษ การที่จัดให้มีสาวๆส่งตรงมาจากเมืองนอก และมาบำเรอกามให้นักโทษจีน หรือนักโทษวีไอพี ไม่ใช่แค่ตัวผู้ต้องหาแต่อาจจะมีผู้คุมหรือใครบางคนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพอาจจะร่วมเพศสัมพันธ์ด้วย ตนทราบข้อมูลเชิงลึก และมีการขยายผลไปมันจะมีอีกหลายเรื่องที่ตามมาการที่ตนเคยเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ การที่จะเอานักโทษออกมาจากเรือนจำในวันอาทิตย์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเขาจะต้องเบิกตัวตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งการที่มีนางแบบบริการทางเพศนำมาจากต่างประเทศ และนำเข้าห้องของผู้บัญชาการเรือนจำเรื่องนี้ไม่ยาก แต่การที่นำลงมาไปอยู่ในห้องเชือด ให้นักโทษมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูที่สุดในสถานที่กักขังผู้ต้องหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีมองว่าควรจะย้าย หรือไม่ก็ต้องไล่ออกจากข้าราชการ และต้องติดคุกด้วย เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในเรือนจำมีกล้องวงจรปิดการที่จะเข้าออกหาหลักฐานได้ไม่ยาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัดซบมากๆพูดไปที่ไหนก็อาย ไม่ได้มีเฉพาะวงการตำรวจ มีทุกวงการในขณะนี้เรากำลังทำความสะอาดบ้านเมือง คิวต่อไปจะเป็นกรมศุลกากรที่มีการเรียกรับสินบนเป็น พันล้านบาทต่อเดือน ทำให้รัฐบาลเสียหายจากการไม่ได้รับภาษีมากกว่าแสนล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรหลายด่าน ที่เรามีหลักฐานอยู่ในมือ รวมถึงอธิบดีกรมศุลกากรบางคนที่เรามีหลักฐานเส้นทางการเงินไปถึง และอยู่ในมือของ ปปช. แล้ว บางส่วน และย้ำว่าทุกวงการตอนนี้ถ้าให้เปิดเรื่องมีแต่เรื่องสกปรก แม้กระทั่งสำนักงาน ปปง. เรามีสมุดเล่มแดงเล่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริการคนจีนสีเทาตั้งแต่สมัยตู้ห่าว และมีการจัดปาร์ตี้อยู่ที่สำนักงานปปง. เราจะไล่ทีละหน่วยงานในปี 2569 จะเป็นปีที่ล้างบางระบบข้าราชการทุกแห่งในประเทศไทยที่มีการทุจริต และอยากจะฝากถึงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าตนยินดีร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเรามีชื่อ มีข้อมูล มีภาพถ่าย มีหลักฐานครบถ้วนทุกหน่วยงาน ถ้าหากท่านอยากได้เอาไปใช้ในการบริหารประเทศในการปราบปรามทุจริต และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ
พังงา – แชมป์สมัยที่ 2 ทนายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร ชนะเลือกตั้ง เป็นประธานสภาทนายความจังหวัดพังงา

ข่าวน่าสนใจ

ร้อง ก.ร.ตร. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีกล่าวหา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กับพวกรวมถึงเครือข่ายอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ ก.ร.ตร.เป็นผู้รับเรื่อง​ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า พยานหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการซื้อขายตำแหน่งและการชำระเงินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ได้แก่ ข้อมูลของ น.ส.จุฑาทิพย์ ซึ่งมีประวัติเคยถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และถูกอ้างว่าใกล้ชิดบุคคลสำคัญที่อาจระคายเคืองสถาบันฯ อีกทั้งรายละเอียดการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้กำกับ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ข้อความแชทไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ภาพแชทไลน์เกี่ยวกับการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และผ้าไหมให้กับภรรยา รวมถึงไฟล์คลิปเสียง พร้อมร้องขอให้ ก.ร.ตร. ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ น.ส.จุฑาทิพย์ พร้อมพวกในเครือข่าย ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้มุ่งกล่าวโทษว่าการกระทำของบุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 87 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร้องขอให้มีการดำเนินคดีทั้งมาตรการทางอาญา และมาตรการทางแพ่ง (ปปง.ยึดทรัพย์) ในวันที่ 26 พ.ย. 68 เตรียมเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อหน้าคณะกรรมาธิการ โดยยืนยันว่าไม่เกรงกลัวต่อการถูกฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท พร้อมทั้งกล่าวให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกมาชี้แจงกรณีแชทไลน์ที่ถูกเปิดเผย ว่าไม่ใช่แชทไลน์ของตนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาทิพย์ นายอัจฉริยะ ฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 25 พ.ย. 68 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีคำสั่ง ย้าย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พ้นจาก ผบ.ตร. หากนายอนุทินยังไม่ดำเนินการโยกย้าย ผบ.ตร. นายอัจฉริยะจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีกับนายอนุทิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 นายอัจฉริยะ กล่าวเปิดโปงเรื่องภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ที่จีนเทาจ้างนางแบบต่างประเทศเข้ามามีเพศสัมพันธ์ในเรือนจำว่า ตนไม่คิดว่าจะกล้าจัดฮาเร็ม ในห้องทำงานของผบ.เรือนจำ เพราะพื้นที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีคำว่าพิเศษ การที่จัดให้มีสาวๆส่งตรงมาจากเมืองนอก และมาบำเรอกามให้นักโทษจีน หรือนักโทษวีไอพี ไม่ใช่แค่ตัวผู้ต้องหาแต่อาจจะมีผู้คุมหรือใครบางคนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพอาจจะร่วมเพศสัมพันธ์ด้วย ตนทราบข้อมูลเชิงลึก และมีการขยายผลไปมันจะมีอีกหลายเรื่องที่ตามมาการที่ตนเคยเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ การที่จะเอานักโทษออกมาจากเรือนจำในวันอาทิตย์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเขาจะต้องเบิกตัวตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งการที่มีนางแบบบริการทางเพศนำมาจากต่างประเทศ และนำเข้าห้องของผู้บัญชาการเรือนจำเรื่องนี้ไม่ยาก แต่การที่นำลงมาไปอยู่ในห้องเชือด ให้นักโทษมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูที่สุดในสถานที่กักขังผู้ต้องหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีมองว่าควรจะย้าย หรือไม่ก็ต้องไล่ออกจากข้าราชการ และต้องติดคุกด้วย เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในเรือนจำมีกล้องวงจรปิดการที่จะเข้าออกหาหลักฐานได้ไม่ยาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัดซบมากๆพูดไปที่ไหนก็อาย ไม่ได้มีเฉพาะวงการตำรวจ มีทุกวงการในขณะนี้เรากำลังทำความสะอาดบ้านเมือง คิวต่อไปจะเป็นกรมศุลกากรที่มีการเรียกรับสินบนเป็น พันล้านบาทต่อเดือน ทำให้รัฐบาลเสียหายจากการไม่ได้รับภาษีมากกว่าแสนล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรหลายด่าน ที่เรามีหลักฐานอยู่ในมือ รวมถึงอธิบดีกรมศุลกากรบางคนที่เรามีหลักฐานเส้นทางการเงินไปถึง และอยู่ในมือของ ปปช. แล้ว บางส่วน และย้ำว่าทุกวงการตอนนี้ถ้าให้เปิดเรื่องมีแต่เรื่องสกปรก แม้กระทั่งสำนักงาน ปปง. เรามีสมุดเล่มแดงเล่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริการคนจีนสีเทาตั้งแต่สมัยตู้ห่าว และมีการจัดปาร์ตี้อยู่ที่สำนักงานปปง. เราจะไล่ทีละหน่วยงานในปี 2569 จะเป็นปีที่ล้างบางระบบข้าราชการทุกแห่งในประเทศไทยที่มีการทุจริต และอยากจะฝากถึงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าตนยินดีร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเรามีชื่อ มีข้อมูล มีภาพถ่าย มีหลักฐานครบถ้วนทุกหน่วยงาน ถ้าหากท่านอยากได้เอาไปใช้ในการบริหารประเทศในการปราบปรามทุจริต และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ

Copyright © 2023 สํานักข่าวภูมิภาค.com All rights reserved.