ร้อง ก.ร.ตร. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีกล่าวหา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กับพวกรวมถึงเครือข่ายอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ ก.ร.ตร.เป็นผู้รับเรื่อง​ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า พยานหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการซื้อขายตำแหน่งและการชำระเงินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ได้แก่ ข้อมูลของ น.ส.จุฑาทิพย์ ซึ่งมีประวัติเคยถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และถูกอ้างว่าใกล้ชิดบุคคลสำคัญที่อาจระคายเคืองสถาบันฯ อีกทั้งรายละเอียดการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้กำกับ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ข้อความแชทไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ภาพแชทไลน์เกี่ยวกับการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และผ้าไหมให้กับภรรยา รวมถึงไฟล์คลิปเสียง พร้อมร้องขอให้ ก.ร.ตร. ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ น.ส.จุฑาทิพย์ พร้อมพวกในเครือข่าย ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้มุ่งกล่าวโทษว่าการกระทำของบุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 87 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร้องขอให้มีการดำเนินคดีทั้งมาตรการทางอาญา และมาตรการทางแพ่ง (ปปง.ยึดทรัพย์) ในวันที่ 26 พ.ย. 68 เตรียมเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อหน้าคณะกรรมาธิการ โดยยืนยันว่าไม่เกรงกลัวต่อการถูกฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท พร้อมทั้งกล่าวให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกมาชี้แจงกรณีแชทไลน์ที่ถูกเปิดเผย ว่าไม่ใช่แชทไลน์ของตนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาทิพย์ นายอัจฉริยะ ฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 25 พ.ย. 68 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีคำสั่ง ย้าย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พ้นจาก ผบ.ตร. หากนายอนุทินยังไม่ดำเนินการโยกย้าย ผบ.ตร. นายอัจฉริยะจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีกับนายอนุทิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 นายอัจฉริยะ กล่าวเปิดโปงเรื่องภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ที่จีนเทาจ้างนางแบบต่างประเทศเข้ามามีเพศสัมพันธ์ในเรือนจำว่า ตนไม่คิดว่าจะกล้าจัดฮาเร็ม ในห้องทำงานของผบ.เรือนจำ เพราะพื้นที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีคำว่าพิเศษ การที่จัดให้มีสาวๆส่งตรงมาจากเมืองนอก และมาบำเรอกามให้นักโทษจีน หรือนักโทษวีไอพี ไม่ใช่แค่ตัวผู้ต้องหาแต่อาจจะมีผู้คุมหรือใครบางคนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพอาจจะร่วมเพศสัมพันธ์ด้วย ตนทราบข้อมูลเชิงลึก และมีการขยายผลไปมันจะมีอีกหลายเรื่องที่ตามมาการที่ตนเคยเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ การที่จะเอานักโทษออกมาจากเรือนจำในวันอาทิตย์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเขาจะต้องเบิกตัวตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งการที่มีนางแบบบริการทางเพศนำมาจากต่างประเทศ และนำเข้าห้องของผู้บัญชาการเรือนจำเรื่องนี้ไม่ยาก แต่การที่นำลงมาไปอยู่ในห้องเชือด ให้นักโทษมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูที่สุดในสถานที่กักขังผู้ต้องหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีมองว่าควรจะย้าย หรือไม่ก็ต้องไล่ออกจากข้าราชการ และต้องติดคุกด้วย เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในเรือนจำมีกล้องวงจรปิดการที่จะเข้าออกหาหลักฐานได้ไม่ยาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัดซบมากๆพูดไปที่ไหนก็อาย ไม่ได้มีเฉพาะวงการตำรวจ มีทุกวงการในขณะนี้เรากำลังทำความสะอาดบ้านเมือง คิวต่อไปจะเป็นกรมศุลกากรที่มีการเรียกรับสินบนเป็น พันล้านบาทต่อเดือน ทำให้รัฐบาลเสียหายจากการไม่ได้รับภาษีมากกว่าแสนล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรหลายด่าน ที่เรามีหลักฐานอยู่ในมือ รวมถึงอธิบดีกรมศุลกากรบางคนที่เรามีหลักฐานเส้นทางการเงินไปถึง และอยู่ในมือของ ปปช. แล้ว บางส่วน และย้ำว่าทุกวงการตอนนี้ถ้าให้เปิดเรื่องมีแต่เรื่องสกปรก แม้กระทั่งสำนักงาน ปปง. เรามีสมุดเล่มแดงเล่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริการคนจีนสีเทาตั้งแต่สมัยตู้ห่าว และมีการจัดปาร์ตี้อยู่ที่สำนักงานปปง. เราจะไล่ทีละหน่วยงานในปี 2569 จะเป็นปีที่ล้างบางระบบข้าราชการทุกแห่งในประเทศไทยที่มีการทุจริต และอยากจะฝากถึงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าตนยินดีร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเรามีชื่อ มีข้อมูล มีภาพถ่าย มีหลักฐานครบถ้วนทุกหน่วยงาน ถ้าหากท่านอยากได้เอาไปใช้ในการบริหารประเทศในการปราบปรามทุจริต และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ

อัจฉานิยะ ร้อง ก.ร.ตร.

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีกล่าวหา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กับพวกรวมถึงเครือข่ายอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ ก.ร.ตร.เป็นผู้รับเรื่อง​ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า พยานหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการซื้อขายตำแหน่งและการชำระเงินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ได้แก่ ข้อมูลของ น.ส.จุฑาทิพย์ ซึ่งมีประวัติเคยถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และถูกอ้างว่าใกล้ชิดบุคคลสำคัญที่อาจระคายเคืองสถาบันฯ อีกทั้งรายละเอียดการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้กำกับ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ข้อความแชทไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ภาพแชทไลน์เกี่ยวกับการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และผ้าไหมให้กับภรรยา รวมถึงไฟล์คลิปเสียง พร้อมร้องขอให้ ก.ร.ตร. ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ น.ส.จุฑาทิพย์ พร้อมพวกในเครือข่าย ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้มุ่งกล่าวโทษว่าการกระทำของบุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 87 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร้องขอให้มีการดำเนินคดีทั้งมาตรการทางอาญา และมาตรการทางแพ่ง (ปปง.ยึดทรัพย์) ในวันที่ 26 พ.ย. 68 เตรียมเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อหน้าคณะกรรมาธิการ โดยยืนยันว่าไม่เกรงกลัวต่อการถูกฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท พร้อมทั้งกล่าวให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกมาชี้แจงกรณีแชทไลน์ที่ถูกเปิดเผย ว่าไม่ใช่แชทไลน์ของตนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาทิพย์

นายอัจฉริยะ ฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 25 พ.ย. 68 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีคำสั่ง ย้าย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พ้นจาก ผบ.ตร. หากนายอนุทินยังไม่ดำเนินการโยกย้าย ผบ.ตร. นายอัจฉริยะจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีกับนายอนุทิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157

นายอัจฉริยะ กล่าวเปิดโปงเรื่องภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ที่จีนเทาจ้างนางแบบต่างประเทศเข้ามามีเพศสัมพันธ์ในเรือนจำว่า ตนไม่คิดว่าจะกล้าจัดฮาเร็ม ในห้องทำงานของผบ.เรือนจำ เพราะพื้นที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีคำว่าพิเศษ การที่จัดให้มีสาวๆส่งตรงมาจากเมืองนอก และมาบำเรอกามให้นักโทษจีน หรือนักโทษวีไอพี ไม่ใช่แค่ตัวผู้ต้องหาแต่อาจจะมีผู้คุมหรือใครบางคนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพอาจจะร่วมเพศสัมพันธ์ด้วย ตนทราบข้อมูลเชิงลึก และมีการขยายผลไปมันจะมีอีกหลายเรื่องที่ตามมาการที่ตนเคยเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ การที่จะเอานักโทษออกมาจากเรือนจำในวันอาทิตย์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเขาจะต้องเบิกตัวตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งการที่มีนางแบบบริการทางเพศนำมาจากต่างประเทศ และนำเข้าห้องของผู้บัญชาการเรือนจำเรื่องนี้ไม่ยาก แต่การที่นำลงมาไปอยู่ในห้องเชือด ให้นักโทษมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูที่สุดในสถานที่กักขังผู้ต้องหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีมองว่าควรจะย้าย หรือไม่ก็ต้องไล่ออกจากข้าราชการ และต้องติดคุกด้วย เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในเรือนจำมีกล้องวงจรปิดการที่จะเข้าออกหาหลักฐานได้ไม่ยาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัดซบมากๆพูดไปที่ไหนก็อาย ไม่ได้มีเฉพาะวงการตำรวจ มีทุกวงการในขณะนี้เรากำลังทำความสะอาดบ้านเมือง คิวต่อไปจะเป็นกรมศุลกากรที่มีการเรียกรับสินบนเป็น พันล้านบาทต่อเดือน ทำให้รัฐบาลเสียหายจากการไม่ได้รับภาษีมากกว่าแสนล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรหลายด่าน ที่เรามีหลักฐานอยู่ในมือ รวมถึงอธิบดีกรมศุลกากรบางคนที่เรามีหลักฐานเส้นทางการเงินไปถึง และอยู่ในมือของ ปปช. แล้ว บางส่วน และย้ำว่าทุกวงการตอนนี้ถ้าให้เปิดเรื่องมีแต่เรื่องสกปรก แม้กระทั่งสำนักงาน ปปง. เรามีสมุดเล่มแดงเล่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริการคนจีนสีเทาตั้งแต่สมัยตู้ห่าว และมีการจัดปาร์ตี้อยู่ที่สำนักงานปปง. เราจะไล่ทีละหน่วยงานในปี 2569 จะเป็นปีที่ล้างบางระบบข้าราชการทุกแห่งในประเทศไทยที่มีการทุจริต และอยากจะฝากถึงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าตนยินดีร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเรามีชื่อ มีข้อมูล มีภาพถ่าย มีหลักฐานครบถ้วนทุกหน่วยงาน ถ้าหากท่านอยากได้เอาไปใช้ในการบริหารประเทศในการปราบปรามทุจริต และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ

ขอขอบคุณเครดิตภาพข่าว

ภักดี คะสีรัตน์

ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

สำนักข่าวภูมิภาค

รายงาน

ข่าวน่าสนใจ

ร้อง ก.ร.ตร. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีกล่าวหา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กับพวกรวมถึงเครือข่ายอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ ก.ร.ตร.เป็นผู้รับเรื่อง​ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า พยานหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการซื้อขายตำแหน่งและการชำระเงินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ได้แก่ ข้อมูลของ น.ส.จุฑาทิพย์ ซึ่งมีประวัติเคยถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และถูกอ้างว่าใกล้ชิดบุคคลสำคัญที่อาจระคายเคืองสถาบันฯ อีกทั้งรายละเอียดการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้กำกับ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ข้อความแชทไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ภาพแชทไลน์เกี่ยวกับการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และผ้าไหมให้กับภรรยา รวมถึงไฟล์คลิปเสียง พร้อมร้องขอให้ ก.ร.ตร. ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ น.ส.จุฑาทิพย์ พร้อมพวกในเครือข่าย ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้มุ่งกล่าวโทษว่าการกระทำของบุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 87 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร้องขอให้มีการดำเนินคดีทั้งมาตรการทางอาญา และมาตรการทางแพ่ง (ปปง.ยึดทรัพย์) ในวันที่ 26 พ.ย. 68 เตรียมเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อหน้าคณะกรรมาธิการ โดยยืนยันว่าไม่เกรงกลัวต่อการถูกฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท พร้อมทั้งกล่าวให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกมาชี้แจงกรณีแชทไลน์ที่ถูกเปิดเผย ว่าไม่ใช่แชทไลน์ของตนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาทิพย์ นายอัจฉริยะ ฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 25 พ.ย. 68 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีคำสั่ง ย้าย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พ้นจาก ผบ.ตร. หากนายอนุทินยังไม่ดำเนินการโยกย้าย ผบ.ตร. นายอัจฉริยะจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีกับนายอนุทิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 นายอัจฉริยะ กล่าวเปิดโปงเรื่องภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ที่จีนเทาจ้างนางแบบต่างประเทศเข้ามามีเพศสัมพันธ์ในเรือนจำว่า ตนไม่คิดว่าจะกล้าจัดฮาเร็ม ในห้องทำงานของผบ.เรือนจำ เพราะพื้นที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีคำว่าพิเศษ การที่จัดให้มีสาวๆส่งตรงมาจากเมืองนอก และมาบำเรอกามให้นักโทษจีน หรือนักโทษวีไอพี ไม่ใช่แค่ตัวผู้ต้องหาแต่อาจจะมีผู้คุมหรือใครบางคนที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพอาจจะร่วมเพศสัมพันธ์ด้วย ตนทราบข้อมูลเชิงลึก และมีการขยายผลไปมันจะมีอีกหลายเรื่องที่ตามมาการที่ตนเคยเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ การที่จะเอานักโทษออกมาจากเรือนจำในวันอาทิตย์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเขาจะต้องเบิกตัวตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งการที่มีนางแบบบริการทางเพศนำมาจากต่างประเทศ และนำเข้าห้องของผู้บัญชาการเรือนจำเรื่องนี้ไม่ยาก แต่การที่นำลงมาไปอยู่ในห้องเชือด ให้นักโทษมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูที่สุดในสถานที่กักขังผู้ต้องหา ทั้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีมองว่าควรจะย้าย หรือไม่ก็ต้องไล่ออกจากข้าราชการ และต้องติดคุกด้วย เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในเรือนจำมีกล้องวงจรปิดการที่จะเข้าออกหาหลักฐานได้ไม่ยาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัดซบมากๆพูดไปที่ไหนก็อาย ไม่ได้มีเฉพาะวงการตำรวจ มีทุกวงการในขณะนี้เรากำลังทำความสะอาดบ้านเมือง คิวต่อไปจะเป็นกรมศุลกากรที่มีการเรียกรับสินบนเป็น พันล้านบาทต่อเดือน ทำให้รัฐบาลเสียหายจากการไม่ได้รับภาษีมากกว่าแสนล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรหลายด่าน ที่เรามีหลักฐานอยู่ในมือ รวมถึงอธิบดีกรมศุลกากรบางคนที่เรามีหลักฐานเส้นทางการเงินไปถึง และอยู่ในมือของ ปปช. แล้ว บางส่วน และย้ำว่าทุกวงการตอนนี้ถ้าให้เปิดเรื่องมีแต่เรื่องสกปรก แม้กระทั่งสำนักงาน ปปง. เรามีสมุดเล่มแดงเล่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริการคนจีนสีเทาตั้งแต่สมัยตู้ห่าว และมีการจัดปาร์ตี้อยู่ที่สำนักงานปปง. เราจะไล่ทีละหน่วยงานในปี 2569 จะเป็นปีที่ล้างบางระบบข้าราชการทุกแห่งในประเทศไทยที่มีการทุจริต และอยากจะฝากถึงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าตนยินดีร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเรามีชื่อ มีข้อมูล มีภาพถ่าย มีหลักฐานครบถ้วนทุกหน่วยงาน ถ้าหากท่านอยากได้เอาไปใช้ในการบริหารประเทศในการปราบปรามทุจริต และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ

Copyright © 2023 สํานักข่าวภูมิภาค.com All rights reserved.