น่าน – เปิดงานเทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์ อำเภอปัว ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสืบสานวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่
( ชมคลิปข่าว )

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 19.00น. ที่บริเวณสถานีขนส่งเทศบาลตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์ อำเภอปัว ประจำปี 2569 โดยมี นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรมการท่องเที่ยวอำเภอปัว ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวนมาก

การจัดงานครั้งนี้ อำเภอปัวร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 22 มีนาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สนับสนุนผู้ประกอบการ ร้านค้า โรงแรม และประชาชนในอำเภอปัวให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเป็นเวทีนำเสนอศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในท้องถิ่น

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่ชาติพันธุ์อันยิ่งใหญ่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในพื้นที่ การประกวดชุดแต่งกายชาติพันธุ์อำเภอปัว การประกวดร้องเพลงประชาชนทั่วไป การประกวดธิดาพญาผานอง หนูน้อยสุขภาพดี การแสดงรำวงย้อนยุค การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเทศกาลชมพูภูคา การประกวดวาดภาพดอกชมพูภูคาของเด็กและเยาวชน รวมถึงการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ “ชมพูภูคา” ถือเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ พบได้ในป่าดิบเขาที่ระดับความสูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล เดิมพบกระจายพันธุ์ในประเทศจีน เวียดนาม ไต้หวัน และไทย แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าที่เคยมีต้นชมพูภูคาในหลายประเทศถูกทำลายไป ทำให้มีข้อมูลว่าปัจจุบันยังคงพบต้นชมพูภูคาได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน เพียงแห่งเดียวของโลก
โดยดอกชมพูภูคาจะออกดอกเพียงปีละครั้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เป็นดอกสีชมพูสวยงาม ออกเป็นช่อ สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่กับการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนในอำเภอปัว

การจัดงานเทศกาลในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดน่านแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับประชาชน และสืบสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ให้คงอยู่ตลอดไป
ขอขอบคุณเครดิตภาพข่าว
สำนักข่าวภูมิภาค
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
รายงาน




