เชียงใหม่-อ้างบริษัทรับเหมาทำถนนบุกรุกทำไม้ในเขตอุทยานฯเชียงดาว
จำนนท์ด้วยหลักฐาน ตำรวจปสท.ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับมอดไม้บุกรุกป่าทำไม้ เขตอุทยานแห่งชาติผาแดง และเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา พื้นที่อำเภอ เชียงดาว อ้างชื่อบริษัทรับเหมาดังทำทางหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับ “วันป่าไม้โลก” กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เข้าทำการตรวจยึดจับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 107 (แม่ทะลาย-หัวโท) ท้องที่ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการใช้เครื่องจักรหนักบุกเบิกป่าและตัดไม้หวงห้ามสองข้างทางหลวง เมื่อเข้าตรวจสอบพบ นายชัย นามสมมุติ อายุ 50 ปี กำลังขับรถแบคโฮลปฏิบัติงานอยู่ในเขตป่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายชัยฯ รับสารภาพว่าตนเป็นลูกจ้างของ บริษัท แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รับจ้างโครงการฟื้นฟูทางหลวงของแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 3 กรมทางหลวง โดยอ้างว่าทำตามคำสั่งนายจ้างให้ตัดโค่นต้นไม้เพื่อขยายผิวจราจร เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลาง 1. รถแบคโฮล 1 คัน , เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง (ไม่มีใบอนุญาตครอบครอง) และ ตอไม้หวงห้าม 17 ตอ และไม้ท่อนอีกจำนวนมากที่ถูกตัดทอนกองรวมกันไว้ นอกจากนี้ยังพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เนื้อที่ประมาณ 0 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา
เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้จะมีการอ้างถึงโครงการของทางราชการ แต่จากการตรวจสอบเอกสารที่ตัวแทนบริษัทนำมาแสดง พบว่าเป็นเพียงหนังสือขอความร่วมมือและขั้นตอนการหารือเบื้องต้น ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำไม้หวงห้าม (แบบ อ.1) หรือได้รับอนุมัติให้เข้าทำประโยชน์ในเขตอุทยานฯ อย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย จึงได้ทำการจับกุมนายชัยฯ และร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ บริษัท ร ….จำกัด (มหาชน) พร้อมกรรมการบริษัทรวม 11 ราย ในข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.ป่าไม้, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกัน ทำไม้หวงห้ามในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ , ร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย , ร่วมกัน ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม , ร่วมกัน เก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียมหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใด อันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ร่วมกัน มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งประเมินค่าเสียหายทางแพ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติต่อไป
ขอขอบคุณเครดิตภาพข่าว
สำนักข่าวภูมิภาค
รายงาน









