อุตรดิตถ์ – ผู้มีจิตศรัทธาวัด ร้องสื่อ หวั่นคดีไม่คืบหน้า หลังโยมอุปถัมภ์ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ให้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับผู้รับเหมาก่อสร้าง อยู่ๆเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดถอนใบมอบอำนาจ
(ชมคลิปข่าว)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น.ณ บริเวณวัดเขาสัก ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีนางพุฒิธาดา ใสสะอาด และเสียเก๋ นามสมมุติฯพร้อมคณะผู้มีจิตศรัทธาและบริจาคเงินทอดกฐินผ้าป่าได้เดินทางมาที่วัดเขาสักรัตนาราม เพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องคดีความและการก่อสร้างพระอุโบสถวัดเขาสักรัตนาราม
ทั้งนี้นางพุฒิธาดา กล่าวว่า ตนเองและผู้ศรัทธาได้รับมอบอำนาจจากพระทัศน์และคณะกรรมการวัด ให้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายนกน้อย นามสมมุติ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างพระอุโบสถ โดยกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 ผู้มอบอำนาจได้ส่งมอบทรัพย์สินเป็นจำนวนเงิน 573,750 บาท ที่ได้จากการรวบรวมจากผู้ทำบุญ และนำมาทอดกฐินที่วัดเขาสักรัตนาราม ให้ผู้มอบอำนาจรับไว้โดยส่งมอบเงินสดจำนวน 313,180 บาท อีกส่วนหนึ่งได้โอนเข้าบัญชีวัดเขาสักรัตนาราม อีกเป็นจำนวนเงิน 259,350 บาทเพื่อใช้ในการก่อสร้างพระอุโบสถ ที่วัดเขาสักรัตนาราม ทั้งนี้ผู้รับมอบอำนาจได้ดำเนินการติดต่อว่าจ้างนายนกน้อยฯ ให้เป็นผู้ดำเนินการในการก่อสร้างพระอุโบสถ และก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง นายนกน้อยฯได้นำแบบแปลนการก่อสร้างพระอุโบสถมาแสดงให้ตนเองและผู้มีศรัทธาให้เห็นว่านายนกน้อยฯสามารถก่อสร้างได้จริง กระทั่งตนเองกับคณะผู้ศรัทธาที่บริจาคได้หลงเชื่อ ต่อมานายนกน้อยฯจึงได้เริ่มลงมือก่อสร้างพระอุโบสถที่วัดเขาสักรัตนาราม ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568 หลังจากที่นายนกน้อยฯผู้ถูกกล่าวหาได้ลงมือก่อสร้างพระอุโบสถไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ตนเองและคณะผู้ศรัทธา ได้เดินทางมาที่วัดเขาสักรัตนารามเพื่อมาดูสถานที่ก่อสร้างพระอุโบสถแต่ไม่พบนายนกน้อยช่างก่อสร้าง และได้ตรวจสอบการก่อสร้างยังไม่มีความคืบหน้า มีเพียงการก่อสร้างผนังคอนกรีตก่อสร้างฐานเสาเหล็กโครง และยังได้พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลนการก่อสร้างที่นายนกน้อยฯผู้ถูกกล่าวหาแสดงไว้ก่อนที่จะก่อสร้าง ซึ่งตนเองและผู้ศรัทธา สงสัยว่านายนกน้อยฯผู้ถูกกล่าวหา นำแบบการก่อสร้างที่ไม่สามารถก่อสร้างได้จริง มาแสดงต่อตนเองและผู้ศรัทธาเพียงแต่ต้องการให้ได้ไปซึ่งค่าจ้าง และเริ่มลงมือก่อสร้างเพียงให้ปรากฏว่าได้มีการก่อสร้างแล้วไม่ได้มีเจตนาที่จะผูกพันในสัญญา มีเจตนาทุจริตเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน
ทางด้านเสี่ยเก๋ นามสมมุติ เปิดเผยว่า ซึ่งตนเองและผู้มีจิตศรัทธาได้รับมอบอำนาจจากพระทัศน์และคณะกรรมการวัดเขาสักรัตนาราม ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายนกน้อยฯผู้ก่อสร้างพระอุโบสถ โดยมีพระทัศน์และกรรมการวัดได้เซ็นหนังสือมอบอำนาจให้แก่ตนเองและผู้มีจิตศรัทธาต่อหน้าเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอทองแสนขัน และต่อหน้าคณะกรรมการวัด และประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ และเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตนเองและผู้มีจิตศรัทธาได้รับทราบว่าพนักงานสอบสวน สภ.ทองแสนขัน ได้เรียกตัวพระทัศน์และคณะกรรมการวัดเขาสักรัตนารามไปพบเพื่อสอบปากคำให้การในคดี อยู่ๆพระทัศน์และคณะกรรมการวัดกลับมาถอนหนังสือใบมอบอำนาจกับพนักงานสอบสวน ทั้งที่พระทัศน์เจ้าอาวาสวัดเขาสักรัตนารามและคณะกรรมการได้เซ็นใบมอบอำนาจให้ตนเองและผู้ศรัทธามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ถูกกล่าวโทษในวันที่ 9 มีนาคม 2569 เพียง 15 วันก็ถอนใบมอบอำนาจ ตนเองน่าสงสัยกลัวอำนาจอิทธิพล และตนเองหวั่นจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องสื่อมวลชนในครั้งนี้
ทางด้านพระทัศน์ เปิดเผยว่า อาตมาเองไม่รู้ในการสร้างโบสถ์ในครั้งนี้ ซึ่งโยมทั้งสองตกลงกันเองโดยที่อาตมาไม่ทราบ และการมอบอำนาจให้กับโยมอาตมาและคณะกรรมการ ไม่รู้กฎหมายทำให้อาตมาถึงยอมเซ็นมอบอำนาจให้กับโยมอุปถัมภ์ในครั้งนี้ อาตมาคณะกรรมการได้ปรึกษากันจึงถอนใบมอบอำนาจ เดี๋ยวถ้าหากไม่ถอนก็จะมีเอี่ยวในคดีนี้ อาตมาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกลัวจะได้ขึ้นโรงขึ้นศาลกัน อาตมาจึงขอแจ้งให้ทราบเพียงอยากให้โยมช่างรับเหมาก่อสร้างพระอุโบสถให้มาไกล่เกลี่ยกันและเอาหลักฐาน การซื้อเหล็กและอุปกรณ์ก่อสร้างพระอุโบสถมาชี้แจงให้อาตมาและคณะกรรมการและโยมอุปถัมภ์ถ้ารู้ว่า ยอดการซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดเท่าไหร่
สำนักข่าวภูมิภาค
รายงาน





