อุตรดิตถ์ – ช้างตกมัน เหยียบควาญช้างเสียชิวิตคาที่ บริเวณลำน้ำห้วยกลางหุบเขา เขตรอยต่อระหว่างอำเภอน้ำปาดกับอำเภอท่าปลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ทราบเหตุจาก เพจสมาคมกู้ภัยน้ำปาด มีผู้พบศพควาญช้าง เสียชิวิตที่บริเวณข้างห้วยกลางหุบเขา ด้านล่างสถานีทวนสัญญาณ เขาห้วยโป่ง บ้านปากปาด อ.น้ำปาด จึงเดินทางขึ้นเขาไปที่สถานีทวนสัญญาณดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดรวมพลในการลงไปที่หุบเขาเพื่อการกู้ศพครั้งนี้ โดยให้ลงเฉพาะชุดกู้ภัย ควาญช้าง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ด้านล่างสถานีทวนสัญญาณ เป็นเขตอำเภอท่าปลา สมาคมกู้ภัยน้ำปาดร่วมกับมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ปฏิบัติการค้นหาผู้เสียชีวิตจากช้างตกมันเหยียบเสียชีวิตที่บริเวณสวนป่าปากปาด พื้นที่ บ้านห้วยสีเสียด เชื่อมต่อ บ้านท่านา อ.น้ำปาด บ.ย่านดู่ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตรวจพบผู้เสียชีวิตเวลา 11.00 น.แล้วนำศพผู้เสียชิวิตขึ้นมาบริเวณ สถานีทวนสัญญาณ รอเจ้าหน้าตำรวจ และแพทย์เวรเพื่อชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน ภายหลังทราบชื่อผู้เสียชิวิต จากนางฝนศรีบุญเรือง ผู้เป็นภรรยา ชื่อนายปิ่น ปัญญาแก้ว อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 1/1 ม.9 บ.ท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
ทั้งนี้ นางฝน เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 มีนาคม นายปิ่นได้เดินทางไปส่งควาญช้างชื่อนายบุญ อายุ 62 ปี ที่ด่านภูดู่ เนื่องจากเป็นชาวลาว ช่วงนี้หมดสัญญาจ้าง เพราะยังไม่มีการลากไม้ และเป็นควาญของช้างทองดี ที่อยู่ใกล้นายปิ่นที่เสียชิวิต เวลา 10.00 น.นายปิ่นกลับมาที่สวนป่าปากปาด และลงไปที่หุบเขา เพื่อจะพาช้างไปแหล่งอาหารและแหล่งน้ำ 12.00 น.นางฝน ผู้เป็นภรรยาไม่ สามารถติดต่อนายปิ่นได้ สอบถามใครก็บอกว่าไม่พบเห็นขึ้นมาจากหุบเขาแต่อย่างใด จึงติดต่อนายสมหวัง แสงสีมูล เพื่อนผู้เสียชิวิต และเลี้ยงช้างตัวเมีย ที่หนีหายไปอยู่ด้วยกัน โดยเป็นคนละตัวกับที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ นายสมหวัง ลงไปหานายปิ่นที่หุบเขา ที่มีอาหารช้างและแหล่งน้ำ จนพบศพนายปิ่น และแจ้งให้ภรรยาผู้เสียชิวิตทราบ
ทั้งนี้ได้สอบถาม นายสงคราม เอี่ยมสิริ หัวหน้างานสวนป่าปากปาด ว่าทำไมต้องเอาช้างออกไปไกลลงไปลึกที่ข้างล่างหุบเขา เพราะว่าช้างทองดี ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมีอาการตกมัน จึงต้องนำไปไว้ที่ใกล้แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และห่างไกล ปลอดภัยจากผู้คน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครเห็นว่าช้างทองดีตัวผู้ที่ตกมัน และอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ประมาณ 30 เมตร หรือช้างเพศเมียที่ซื้อมาใหม่ มีนิสัยดุร้าย แต่ไม่ตกมัน โดยช้างเพศเมียตัวดังกล่าวได้เคยจะทำร้ายนายปิ่นมาแล้วครั้งหนึ่งแต่หนีทัน โดยขณะพบร่างนายปิ่น ไม่มีใครเห็นช้างเพศเมียดังกล่าว ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต นายสงคราม หัวหน้าสวนป่า ที่คุ้นเคยกับช้างเป็นอย่างดี ได้ให้ความเห็นส่วนตัวว่า ดูจากบาดแผลเป็นไปได้ว่าถูกช้างกระทำให้เสียชีวิต ใบหน้าปากเป็นแผลเลอะไปด้วยเลือด รอยเขียวช้ำไปทั้งตัว น่องขาและแขนฉีกขาด เพจในพื้นที่ ทั้งสองอำเภอ อำเภอท่าปลา อำเภอน้ำปาด ได้มีการแจ้งเตือนไม่ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เขาใกล้บริเวณป่าดังกล่าวแล้วครั้งหนึ่ง พื้นที่หมู่บ้านใกล้กัน 3 เดือนที่ผ่านมา ก็มีเหตุช้างตกมันทำร้ายคนเสียชีวิตไปแล้ว 2 ศพ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นช้างคนละกลุ่มควาญกัน จนทำให้เป็นเหตุสลดในครั้งนี้
ขอบคุณเครดิตภาพข่าวกู้ภัยน้ำปาด
สำนักข่าวภูมิภาค
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
รายงาน





