อุตรดิตถ์ – เตือนภัย?ถนนสายเด่นชัย–อุตรดิตถ์(เขาพลึง)ทรุดลึก 4 เมตรฝนถล่มซ้ำดินสไลด์ไม่หยุด

อุตรดิตถ์ – เตือนภัย?ถนนสายเด่นชัย–อุตรดิตถ์( เขาพลึง )ทรุดลึก 4 เมตรฝนถล่มซ้ำดินสไลด์ไม่หยุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุถนนทรุดตัวเป็นโพรงขนาดใหญ่บนทางหลวงหมายเลข 11 ขาล่อง บริเวณเลยจุดชมวิวเขาพลึงประมาณ 2 กิโลเมตร พื้นที่หมู่ 7 ต.ด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ช่วงกิโลเมตรที่ 350–352 เส้นทางเด่นชัย มุ่งหน้าอุตรดิตถ์ หลังมีการใช้โดรนตรวจพบความผิดปกติของผิวถนน ก่อนผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยบริการประชาชนบ้านไฮ้ฮ้า พบว่าพื้นที่ดังกล่าวทรุดลึกจากผิวถนนด้านบนลงไปประมาณ 4 เมตร เป็นโพรงกว้างต่อเนื่อง หากปล่อยให้รถสัญจรผ่านโดยไม่เร่งแก้ไข มีความเสี่ยงสูงที่ถนนจะยุบตัวเพิ่ม อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้เส้นทางจุ

ดเกิดเหตุยังเป็นบริเวณเดียวกับที่เคยเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำตกเหว มีผู้เสียชีวิตถึง 18 ราย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ขณะเดียวกันสภาพอากาศมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำไหลซึมตลอดเวลา ดินและหินจากฐานถนนพังทลายลงไปกองอยู่ด้านล่างซึ่งเป็นเหวลึก ระหว่างการบันทึกภาพ ผู้สื่อข่าวยังได้ยินเสียงดินทรุดตัวเพิ่มเติมจนต้องรีบถอนตัวขึ้นด้านบนเพื่อความปลอดภัย

ด้านแขวงการทางอุตรดิตถ์ที่ 1 ได้นำแบริเออร์สีส้มมากั้นแนวยาวตลอดช่วงอันตราย พร้อมติดป้ายเตือน “ไหล่ทางทรุดตัว” เพื่อป้องกันไม่ให้รถวิ่งทับบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ารถบรรทุกและรถขนาดใหญ่บางส่วนใช้ความเร็วผ่านจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทำเครื่องหมายสีแดงกำหนดขอบเขตอันตราย จากขอบแบริเออร์ออกไปถึงเลนที่ 2 เป็นระยะประมาณ 4 เมตร และมีความกว้างของพื้นที่ทรุดตัวราว 20 เมตร

เจ้าหน้าที่แขวงการทางอุตรดิตถ์ที่ 1 เปิดเผยว่า งบประมาณสำหรับการซ่อมแซมได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ต้องรอศูนย์สร้างทาง จ.พิจิตรเข้าดำเนินการ เนื่องจากต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านงานโครงสร้างใต้ดิน เบื้องต้นได้ฉีด มอร์ตาร์แลป เพื่อชะลอการพังทลายของดินและหินเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังมีปัญหาไฟส่องสว่างตลอดแนวถนนตั้งแต่หน้าหน่วยป่าไม้นาปู่โท่นขึ้นไปเกือบถึงจุดชมวิวเขาพลึง ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งดับสนิทมานานกว่าหนึ่งเดือน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเวลากลางคืน

ขอบคุณเครดิตภาพข่าว
สำนักข่าวภูมิภาค/รายงาน

ข่าวน่าสนใจ

Copyright © 2023 สํานักข่าวภูมิภาค.com All rights reserved.