ปราบปรามไม้เถื่อนอุตรดิตถ์ สนธิกำลังยึดไม้ประดู่ 3 ท่อน ปริมาตรกว่า 7 ลูกบาศก์เมตร พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อติดเครน หลังประสบอุบัติเหตุในเขตอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่

 ปราบปรามไม้เถื่อนอุตรดิตถ์ สนธิกำลังยึดไม้ประดู่ 3 ท่อน ปริมาตรกว่า 7 ลูกบาศก์เมตร พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อติดเครน หลังประสบอุบัติเหตุในเขตอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ 

ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า และ นายวิสุทธิ์ เมืองเจริญ ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม ที่เน้นย้ำให้มีการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่อย่างเข้มข้นในการลาดตระเวนหาข่าวและเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง วันที่14-15 มิถุนายน 2569น

ายสมบูรณ์ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ได้สั่งการให้ นายธนชาต บุญเอี่ยม หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า(พญาเสือ)ภาคเหนือ อีกหน้าที่หนึ่ง นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 สปป.3 (ภาคเหนือ) จำนวน 4 นาย สนธิกำลังร่วมกับ

1. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่
2. เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อ.ต 6 (บ้านม่วง)
3. เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ)กรมป่าไม้
4. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. 3 (ลำปาง)
5. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุตรดิตถ์
6. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 316
7. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามการกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์
ได้ร่วมกันตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนาม ว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อติดตั้งเครนจอดอยู่บริเวณทางโค้งป่าภูผักสาบ ถนนสายน้ำปาด-ห้วยมุ่น หลักกิโลเมตรที่ 42 มีไม้ท่อนอยู่บนกระบะโดยใช้ผ้าใบปิดบังอำพราง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานตามรายชื่อดังกล่าวข้างต้นเข้าร่วมตรวจสอบ เมื่อมาถึงบริเวณตามที่ได้รับแจ้งเวลา 15.30 น.พบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ยี่ห้อฮีโน่ ติดตั้งเครนมีผ้าใบปิดท้ายกระบะจอดอยู่ จากการตรวจสอบปรากฏว่ารถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าวได้มีการบรรทุกไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่ จำนวน 3 ท่อนโดยใช้ผ้าใบในการปิดบังอำพราง ตรวจสอบบริเวณหน้าตัดไม้ประดู่ทุกท่อนไม่พบรูปรอยดวงตาค่าภาคหลวงหรือรูปรอยดวงตารัฐบาลขายแต่อย่างใด และที่บริเวณหน้าตัดไม้ประดู่ทุกท่อนพบร่องรอยการใช้เลื่อยโซ่ยนต์ทำการตัดทอน ไม้ประดู่ทุกท่อนไม่เคยผ่านการเป็นเครื่องใช้หรือเป็นสิ่งปลูกสร้างมาก่อน ตรวจสอบบริเวณด้านหน้าของรถ 6 ล้อพบว่าได้ชนเข้ากับต้นไม้จนเกิดความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ จากทิศทางการชนคาดว่ารถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าววิ่งลงมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1339 จากตำบลห้วยม่วงมุ่งหน้าลงมาทางอำเภอน้ำปาด คนขับอาจไม่ชำนาญเส้นทางจึงไม่สามารถควบคุมรถและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ในขณะตรวจสอบไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดอยู่ในที่เกิดเหตุหรือมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถและไม้ประดู่จำนวน 3 ท่อนที่บรรทุกอยู่บนรถคันดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรน้ำปาดว่าได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 6 ล้อชนเข้ากับต้นไม้บริเวณริมทางโค้งภูผักสาบหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรน้ำปาดแจ้งว่ายังไม่ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่าไม้ประดู่จำนวน 3 ท่อนที่อยู่บนรถบรรทุก 6 ล้อ เป็นไม้ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้
คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เครื่องมือหาค่าพิกัดทางดาวเทียม(GPS)จับค่าพิกัดบริเวณจุดเกิดเหตุ ได้ค่าพิกัด(WGS 84) 47Q 681 636E 1957961 N เมื่อตรวจสอบตามแผนที่ปรากฏจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่บ้านนาคันทุงหมู่ที่ 6 ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดและได้ร่วมกันตรวจยึด
1. ไม้ประดู่ท่อนจำนวน 3 ท่อน ปริมาตร 7.468 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ ประมาณ 261,380 บาท
2. รถบรรทุก 6 ล้อสีขาว ยี่ห้อ ฮีโน่ ติดตั้งเครน จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 250,000 บาท พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการตรวจยึด รวบรวมพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรน้ำปาด อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอขอบคุณเครดิตภาพข่าว

ปวินท์ อินกล่ำ

สำนักข่าวภูมิภาค

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

รายงาน

ข่าวน่าสนใจ

Copyright © 2023 สํานักข่าวภูมิภาค.com All rights reserved.